ก่อนจะเล่นหุ้น ลงทุน ลองอ่านสักนิด
กฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ ผมคิดว่าทุกคนคงไม่มีใครกินเงินเดือนไปวันๆ กับงานประจำเก่าๆแน่
เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น การเก็บเงิน แล้วหวังว่าจะให้มันอยู่ในธนาคารแล้วงอกเงยนั้น เป็นไปไม่ได้เลยสักนิดเดียว
ดังนั้นจึงมีหลายท่านที่คิดจะลงทุนในกองทุนรวม ทำประกัน หรือเล่นหุ้น
ผมมีประสบการณ์ในการเล่นหุ้นเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ได้เจ็บปวดกับบทเรียนนั้น และไม่ต้องการให้ทุกท่านในที่นี้เป็น "แมงเม่า"เช่นผมครับ
อยากให้ลองอ่านเป็นอุทาหรณ์ครับ
1. ไม่มีใครรวยด้วยหุ้น โดยที่เป็นพนักงานประจำ หรือ Employee แน่นอนในโลกนี้ การันตี 100%
หากไม่เชื่อ ให้ลองพิจารณาคนที่สำเร็จในการรวยจากหุ้นนั้น ล้วนแต่มีกิจการมาก่อนทั้งสิ้น เขา แยกระหว่างเงินที่ใช้ กับเงินลงทุนไว้เรียบร้อย และมีกระแสเงินสด (Cashflow) พอ ที่จะใช้ลงทุนในหุ้น แม้ขาดทุน แต่ก็สามารถเล่นระยะยาวได้สบาย และต้องเล่นทีละเยอะๆ เพื่อให้ส่วนต่างมากขึ้นเรื่อยๆ
ผิดกับแมงเม่า ที่ชักขึ้นชักลง สุดท้ายพอเกิดวิกฤติก็เน่า
2. อย่าไปเชื่อหนังสือ หรือ นักวิเคราะห์หุ้น คิดตรรกะง่ายๆ ทำไม นักวิเคราะห์เหล่านั้นไม่เล่นเอง? ทำไมต้องบอกสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่นด้วย? เหมือนนักใบ้หวย ทำไมเจ้าตัวไม่ซื้อซะเองล่ะ? แสดงว่ากลัวโดนกิน ???
3. ไม่มีเศรษฐีหุ้น กระแสเงินสดเป็นล้าน รวยมาจากความคิดวิเคราะห์ของโบรเกอร์ เงินเดือน 18,000 แน่นอน ในโลกนี้ 100%
4. ให้ลองดูระดับโลกว่าขาดทุนเป้นเท่าไหร่ และคนที่ไม่มีเซนส์ หรือประสบการณ์อยากลองเจ๊ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
5. หุ้น=การพนันที่ดูถูกกฏหมาย แต่ที่จริงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
6. พวกคิดว่าตัวเองแน่ รู้หมดศึกษามาดี มักตายก่อนเพื่อน เพราะความมั่นใจเกินเหตุ ก่อให้เกิดความประมาท
7. คนฉลาดมักดูความล้มเหลวของผู้อื่นเป็นบทเรียน แต่คนฉลาดกว่าดูความสำเร็จของคนอื่นแทน...ในเมื่อคนสำเร็จในหุ้น ล้วนใช้กระแสเงินสดที่เขามีอยู่แล้วมาเล่นทั้งสิ้น ทำไมเราต้องซ่าส์ เป็นแมงเม่าด้วย?
8. ทำไมเศรษฐีที่มีปัญญาหาเงินเป็นล้านต่อเดือน ต้องมาเชื่อนักวิเคราะห์หุ้น หรือ ปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์ที่เก่งแต่วิเคราะห์ แต่มีปัญญาหาเงินได้แค่หลัก 60,000 ด้วย?? ทำไมต้องมาเชื่อนักเศรษฐศาสตร์ที่มีปัญญาปั่นเงินให้คนอื่นจากล้านเป็นร้อยล้าน แต่ไม่มีปัญญาหาล้านแรกให้กับตัวเองด้วย?
9. คนที่ได้ประโยชน์จากการเล่นหุ้นจริงๆคือ บริษัทโบรเกอร์ทั้งสิ้น ที่ได้ค่าคอมมิชชั่นจากค่าโง่ (แต่แน่นอนเราตำหนิเขาไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าเงินดังกล่าว เป็นเงิน "บาป" แต่ในแง่ธุรกิจไม่มีหรอก คำว่า "เมตตา"มีแต่ ชนะกับไม่ชนะเท่านั้น)
10. โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่าย ไม่ว่าคุณจะมีโปรไฟล์ดี จบเศรษฐศาสตร์ บัญชีหรูเลิศเพียงใด แต่ค่าของคนเราวัดที่ "ผลประกอบการ" ของชีวิต มีแต่ล้มเหลวกับสำเร็จ ที่เหลือไม่ต้องมาพูดว่า"ฉันเคยเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างงี้นะ เชื่อฉันสิ" ดังนั้น ถ้านักวิเคราะห์หุ้นผลประกอบการวยังเงินแค่ หลักหมื่น ก็อย่าไปเชื่อมันมากเลย ไร้สาระ จะบอกเราทำไมให้โง่
ดังนั้น ก่อนจะเล่นคิดกันสักนิดนะครับ อย่าไปหลงคารมพวกโบรเกอร์ หนังสือหุ้นพารว ไม่งั้นคนก็รวยทั้งร้านหนังสือแล้วสิ ?
ที่มา :http://biz4teen.exteen.com/20090515/entry
เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น การเก็บเงิน แล้วหวังว่าจะให้มันอยู่ในธนาคารแล้วงอกเงยนั้น เป็นไปไม่ได้เลยสักนิดเดียว
ดังนั้นจึงมีหลายท่านที่คิดจะลงทุนในกองทุนรวม ทำประกัน หรือเล่นหุ้น
ผมมีประสบการณ์ในการเล่นหุ้นเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ได้เจ็บปวดกับบทเรียนนั้น และไม่ต้องการให้ทุกท่านในที่นี้เป็น "แมงเม่า"เช่นผมครับ
อยากให้ลองอ่านเป็นอุทาหรณ์ครับ
1. ไม่มีใครรวยด้วยหุ้น โดยที่เป็นพนักงานประจำ หรือ Employee แน่นอนในโลกนี้ การันตี 100%
หากไม่เชื่อ ให้ลองพิจารณาคนที่สำเร็จในการรวยจากหุ้นนั้น ล้วนแต่มีกิจการมาก่อนทั้งสิ้น เขา แยกระหว่างเงินที่ใช้ กับเงินลงทุนไว้เรียบร้อย และมีกระแสเงินสด (Cashflow) พอ ที่จะใช้ลงทุนในหุ้น แม้ขาดทุน แต่ก็สามารถเล่นระยะยาวได้สบาย และต้องเล่นทีละเยอะๆ เพื่อให้ส่วนต่างมากขึ้นเรื่อยๆ
ผิดกับแมงเม่า ที่ชักขึ้นชักลง สุดท้ายพอเกิดวิกฤติก็เน่า
2. อย่าไปเชื่อหนังสือ หรือ นักวิเคราะห์หุ้น คิดตรรกะง่ายๆ ทำไม นักวิเคราะห์เหล่านั้นไม่เล่นเอง? ทำไมต้องบอกสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่นด้วย? เหมือนนักใบ้หวย ทำไมเจ้าตัวไม่ซื้อซะเองล่ะ? แสดงว่ากลัวโดนกิน ???
3. ไม่มีเศรษฐีหุ้น กระแสเงินสดเป็นล้าน รวยมาจากความคิดวิเคราะห์ของโบรเกอร์ เงินเดือน 18,000 แน่นอน ในโลกนี้ 100%
4. ให้ลองดูระดับโลกว่าขาดทุนเป้นเท่าไหร่ และคนที่ไม่มีเซนส์ หรือประสบการณ์อยากลองเจ๊ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
5. หุ้น=การพนันที่ดูถูกกฏหมาย แต่ที่จริงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
6. พวกคิดว่าตัวเองแน่ รู้หมดศึกษามาดี มักตายก่อนเพื่อน เพราะความมั่นใจเกินเหตุ ก่อให้เกิดความประมาท
7. คนฉลาดมักดูความล้มเหลวของผู้อื่นเป็นบทเรียน แต่คนฉลาดกว่าดูความสำเร็จของคนอื่นแทน...ในเมื่อคนสำเร็จในหุ้น ล้วนใช้กระแสเงินสดที่เขามีอยู่แล้วมาเล่นทั้งสิ้น ทำไมเราต้องซ่าส์ เป็นแมงเม่าด้วย?
8. ทำไมเศรษฐีที่มีปัญญาหาเงินเป็นล้านต่อเดือน ต้องมาเชื่อนักวิเคราะห์หุ้น หรือ ปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์ที่เก่งแต่วิเคราะห์ แต่มีปัญญาหาเงินได้แค่หลัก 60,000 ด้วย?? ทำไมต้องมาเชื่อนักเศรษฐศาสตร์ที่มีปัญญาปั่นเงินให้คนอื่นจากล้านเป็นร้อยล้าน แต่ไม่มีปัญญาหาล้านแรกให้กับตัวเองด้วย?
9. คนที่ได้ประโยชน์จากการเล่นหุ้นจริงๆคือ บริษัทโบรเกอร์ทั้งสิ้น ที่ได้ค่าคอมมิชชั่นจากค่าโง่ (แต่แน่นอนเราตำหนิเขาไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าเงินดังกล่าว เป็นเงิน "บาป" แต่ในแง่ธุรกิจไม่มีหรอก คำว่า "เมตตา"มีแต่ ชนะกับไม่ชนะเท่านั้น)
10. โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่าย ไม่ว่าคุณจะมีโปรไฟล์ดี จบเศรษฐศาสตร์ บัญชีหรูเลิศเพียงใด แต่ค่าของคนเราวัดที่ "ผลประกอบการ" ของชีวิต มีแต่ล้มเหลวกับสำเร็จ ที่เหลือไม่ต้องมาพูดว่า"ฉันเคยเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างงี้นะ เชื่อฉันสิ" ดังนั้น ถ้านักวิเคราะห์หุ้นผลประกอบการวยังเงินแค่ หลักหมื่น ก็อย่าไปเชื่อมันมากเลย ไร้สาระ จะบอกเราทำไมให้โง่
ดังนั้น ก่อนจะเล่นคิดกันสักนิดนะครับ อย่าไปหลงคารมพวกโบรเกอร์ หนังสือหุ้นพารว ไม่งั้นคนก็รวยทั้งร้านหนังสือแล้วสิ ?
ที่มา :http://biz4teen.exteen.com/20090515/entry
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก